Deprecated: Function eregi_replace() is deprecated in /home/thaiplad/domains/thaipladthin.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 183

Deprecated: Function eregi_replace() is deprecated in /home/thaiplad/domains/thaipladthin.org/public_html/autopage/admin/module.php on line 187
ไทยถิ่นพลัด...ไทยพลัดถิ่น
 




‘ด้อยสิทธิ’ทุกข์สาหัส ! ‘เด็กไร้สัญชาติ’ จบ ป.ตรีต้อง ‘ขายแรง’
 

การดำเนินการแก้ไขปัญหา “เด็กไร้สัญชาติ” ในประเทศไทยที่ผ่านมาเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งหลัง “เดลินิวส์” ได้หยิบยกกรณีปัญหานี้มานำเสนออย่างต่อเนื่อง กระแสเห็นพ้อง-ร่วมเสนอแนะต่อภาครัฐก็กระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะหลายฝ่ายต่างตระหนักดีว่านี่คืออีกปัญหาใหญ่ที่รัฐต้องเร่งแก้ไข เป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มหนึ่งบนผืนแผ่นดินไทย ที่มิใช่กลุ่มเล็ก ๆ มาเป็นเวลายาวนานแล้ว...
 
“เด็กไร้สัญชาติ” ต้องด้อยสิทธิ-ด้อยโอกาสในทุก ๆ ด้าน
   
แค่จะเรียนหนังสือก็ยาก...หรือต่อให้จบสูง ๆ ก็เท่านั้น ?!?
 
“ผมเรียนจบสายวิศวะ แต่จบแล้วหางานทำตามวุฒิไม่ได้ ไม่มีบริษัทไหนยอมรับเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรเลย...” ...เป็นเสียงของ     “มงคล” วัย 22 ปี ผู้ซึ่งแม้จะฝ่าฟันความลำบากเพราะเป็น “เด็กไร้สัญชาติ” จนได้เรียนหนังสือ จนเรียนจบปริญญาตรีเป็น “บัณฑิตวิศวกรรมไฟฟ้า” จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ มีใบปริญญาบัตรด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แต่ชีวิตก็ยังไม่อาจจะลืมตาอ้าปากได้ดังหวัง
 
มงคลเล่าย้อนอดีตของตนเองให้ฟัง โดยเท้าความไปถึงยุคที่ไทยต้องเสียดินแดนฝั่งขวาให้กับฝรั่งเศส เขาบอกว่า... ยุคนั้นคนไทยทุกครอบครัวที่อาศัยอยู่ใน “เกาะกง” ต้องกลายเป็นคนในดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส และกลายเป็นของกัมพูชาในภายหลัง ทั้ง ๆ ที่ เป็นคนไทยมาตั้งแต่กำเนิด ตั้งแต่บรรพบุรุษ
 
 บรรพบุรุษของมงคล ตั้งแต่รุ่นตา-ยาย ต้องทุกข์ร้อน ต้องอพยพหนีเข้ามาอาศัยในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตั้งแต่ช่วงก่อนจะเสียดินแดน และพอถึงรุ่นพ่อ-แม่ช่วงที่แผ่นดินถูกแบ่งแยกแล้ว ก็ต้องกลายเป็นคนต่างด้าว ต้องมี “บัตรผู้อพยพเชื้อสายไทยเกาะกงจากประเทศกัมพูชา” หรือ “บัตรเขียว” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
ทั้ง ๆ ที่เกิดในดินแดนไทย แต่ต้องกลายเป็น “คนต่างด้าว มงคลบอกว่า... ปัญหาของครอบครัวเขาคือทางการไทยเคยมีการสำรวจ แต่เพราะพ่อคือ นิกร ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่นเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้ครอบครัวตกสำรวจ และต่อมาเมื่อแม่คือ สมคิด แจ้งเกิดลูกสาว 3 คน คือ นิกล, สาเก, สากล และรวมถึงลูกชายคือ มงคล ลูก ๆ ก็ต้องกลายเป็นเด็กต่างด้าว จะมีก็เพียงลูกสาวอีกคนคือ สุกัญญา ที่โชคดี ที่ได้สัญชาติไทย เพราะแม่โอนให้เป็นบุตรบุญธรรมของญาติไปตั้งแต่ตอนที่เกิด
 
กับตัวของมงคล เขาถือบัตรสีเขียว มีชื่อในทะเบียนราษฎรที่เป็น ทร.13-ทะเบียนบ้านเล่มสีเหลือง สำหรับคนต่างด้าวที่อาศัยชั่วคราว ต่างจากคนสัญชาติไทยที่มีชื่อในทะเบียนราษฎรที่เป็น ทร.14-ทะเบียนบ้านเล่มสีน้ำเงิน จุดนี้ทำให้โรงเรียนประถมศึกษาใกล้บ้านไม่รับเข้าเรียน จึงต้องเดินทางไปเรียนหนังสือต่างหมู่บ้านคือที่โรงเรียนบ้านคลองจาก ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการ จนจบชั้น ม.3
 
ที่โรงเรียนแห่งนี้ มีการแบ่งห้องเรียนเป็นกลุ่ม “เด็กไทย” กับ     “เด็กกัมพูชา” ซึ่งมงคลก็ถูกจัดให้อยู่กลุ่มหลัง ก็ต้องก้มหน้าก้มตารับสภาพไป จนภายหลังไปเรียนจบ ม.6 ที่โรงเรียนตราษตระการคุณ โรงเรียนประจำจังหวัด และโชคดีที่สามารถสอบเอนทรานซ์และเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  ศรีนครินทรวิโรฒได้ ในปี 2546
 
“ตอนนั้นที่สมัครสอบก็แอบกลัวเหมือนกันว่าทางมหาวิทยาลัยของรัฐจะไม่รับ เหมือนกรณีของรุ่นพี่ที่ถือบัตรเขียวคล้าย ๆ กับผม ที่ไม่สามารถสอบและเรียนได้ ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิด หรือบางคนก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน” …มงคลกล่าว ซึ่งดูเหมือนเขาจะโชคดีที่ได้เรียนระดับปริญญาตรีจนจบโดยไม่มีปัญหา แต่ในเวลาต่อมาก็ต้องเจอกับปัญหาอื่นคือ “จบแล้วหางานทำตามที่ร่ำเรียนมาไม่ได้ !!”
 
เขาเล่าว่า... ไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเขาเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรตามที่เรียนจบมา เพราะกลัวมีความผิดฐานจ้างแรงงานผิดประเภท เพราะกฎหมายไทยระบุอาชีพที่คนต่างด้าวสามารถทำได้ไว้แค่ 27 อาชีพ ที่ส่วนใหญ่เป็นงานใช้แรงงาน ซึ่งตั้งแต่เดือน มี.ค. 2550 เรื่อยมามงคลหางานจนท้อใจ แม้จะผ่านการสัมภาษณ์ มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของบริษัท     แต่กว่าจะได้งานตามวุฒิก็เลือดตาแทบกระเด็น
 
“ต้องเสียโอกาสในชีวิตไปมากมาย เสียโอกาสด้านรายได้ที่จะ มาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับผมเพียงคนเดียว    พี่สาวอีก 2 คน จบปริญญาตรีแล้วก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน จนต้องไป   ทำงานรับจ้างทั่วไป มีรายได้แค่เดือนละ 4,000 บาทเท่านั้น” ...มงคลกล่าวเสียงขื่น ๆ
 
ก่อนจะบอกต่อไปอีกว่า... นอกจากกรณีของครอบครัวตนเองแล้ว กับเพื่อน ๆ ที่พ่อ-แม่ได้สัญชาติไทยแล้ว แต่หากลูกยังไม่ได้สัญชาติไทยด้วย แม้จะมีปริญญาตรีก็ไม่สามารถหางานตามวุฒิได้ง่าย ๆ เช่นกัน ซึ่งทุกคนต่างก็ทุกข์ใจมาก บ้างก็ว่าจะทิ้งปริญญาแล้วข้ามไปทำงานในบ่อนกาสิโนที่เกาะกงให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
 
ส่วนมงคลเอง เรื่องสัญชาตินั้นเคยไปยื่นคำร้องที่อำเภอคลองใหญ่ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ย. 2548 ซึ่งก็มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2548 ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิทางกฎหมาย แต่ถึงวันนี้เรื่องของเขาก็ยังไปไม่ถึงไหน ทั้ง ๆ ที่มงคลเป็นคนไทยโดยกำเนิดตาม “หลักเชื้อชาติ” และ “หลักดินแดน” แต่กลับต้องอยู่ในสภาพเหมือนคนไร้สถานะ ตั้งแต่แรกเกิด เป็นเด็กเล็ก ๆ เรื่อยมาจนถึงวันนี้
 
.....นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความทุกข์ระทมของ “เด็กไร้สัญชาติ” คนไร้สัญชาติในไทยที่ว่ากันว่ามีกว่า 4 แสนคน ที่ “เดลินิวส์” กำลังเป็นสื่อกลางสะท้อนไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเกาะติดการดำเนินการแก้ปัญหา...
 
เป็นเรื่องของ “เด็ก” และมิใช่ปัญหาของคนแค่เพียงกลุ่มเล็ก ๆ
 
ความ “ด้อยสิทธิ” นี้มีผลต่อเนื่องเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม !!!!.

 

ที่มา :หนังสือพิมพ์ dailynews  วันที่ 18 กย.2550

 http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=45881&NewsType=2&Template=1

 

 
สนับสนุนโดย
     

      

                                      เครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญขาติคนไทย
25 ถ.ชลระอุ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง รหัสไปรษณีย์ 85000
                                               โทรศัพท์/โทรสาร 077-825086

                        Design by ตนบ้านนอก www.bannok.com